อย่างที่บอกครับ ตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย
เรื่องดนตรีผมก็ไม่ได้ทิ้งเสียทีเดียว ได้รู้จักกับเพื่อนนักกีตาร์ต่างคณะ(มีคนหนึ่งชื่อ
โหน่ง ต่อมาได้เข้าเป็นมือกีตาร์แบ็คอัพให้ศิลปินของบริษัทแกรมมี่หลายท่าน ยุคเดียวกันกับที่ผมเข้าไปเป็นมือกีตาร์แบ็คอัพเช่นกัน
แต่เราอยู่กันคนละวง) อีกทั้งรุ่นพี่ต่างคณะในชมรมดนตรีสากลบ้าง
ตั้งวงกันเล่นๆชวนพี่พนักงานนักการมาตีกลอง(หน้าและเสียงร้องเพลงของน้า
เหมือนพี่เล็กคาราบาวสุดๆ แล้วตอนนั้นเพลงบาปบริสุทธิ์ของคาราบาวก็กำลังดังเปรี้ยงป้าง)เล่นเพลง
คาราบาว , อัสนี วสันต์ , สากลฮิตๆยุคนั้นนิดหน่อย
ก็ซ้อมกันที่ห้องซ้อมของชมรมดนตรีในมหาวิทยาลัยนั่นล่ะ ซ้อมไปซ้อมมาจนเจอดี
วันหนึ่ง ผมกับเพื่อนอีกคน(จิรัติ ตันติเวชกุล ลูกชายของ นิยม ตันติเวชกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ดัง
เทพบุตรต๊ะติ้งโหน่ง)ที่เรียนอยู่คณะเดียวกัน กำลังเปิดแอมป์ซ้อมกีตาร์กันอยู่ก็มีรุ่นพี่ท่านหนึ่ง(ขอสงวนนาม)
พาพวกมากันเต็ม เปล่าครับ ไม่ใช่จะมารอซ้อมต่อแต่อย่างใด แต่พวกพี่เขามาปิดห้องไม่ให้พวกผมออก
เป็นใครใครก็งงครับ เรื่องอะไรก็ไม่รู้ หน้าตาก็ไม่เคยเห็นกันมาก่อน คุยไปคุยมาก็เป็นเรื่องเหม็นขี้หน้า(จริงๆต้องเรียกว่าเหม็นเสียงกีตาร์
เพราะไม่เคยเห็นหน้ากัน)แบบไม่มีสาเหตุ
ผมกับเพื่อนก็ได้แต่ยกมือไหว้ขอโทษรุ่นพี่ท่านนั้น (ขอโทษเรื่องอะไรยังไม่รู้เลย
ฮา )แล้วแกก็บอกว่า ไม่เป็นไร เราพี่น้องกันอยู่แล้ว(นั่นแน่... ก็ต้องไม่เป็นไรสิพี่
ผมยังไม่ได้ไปทำอะไรพี่สักหน่อย พี่คิดของพี่ไปเองคนเดียวนี่ครับ)
เรื่องราวก็มีเพียงเท่านี้ .