ก่อนเปิดห้อง

ห้องเก็บของสำหรับผม ก็คล้ายๆเป็นที่เก็บความทรงจำมากมายหลายอย่าง ของที่ยังใช้ได้ แต่ไม่มีโอกาสได้ใช้ ของที่เสียที่ชำรุดแล้ว แต่มีค่ามากกว่าที่จะทิ้งมันไป ของเก่าๆที่ไม่เข้ากับชีวิตปัจจุบัน กับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป รูปภาพ ม้วนเทปเพลงที่เคยแต่งเคยบันทึกไว้ง่ายๆ นานจนลืมไปแล้วว่ามีกี่เพลง เพลงอะไรบ้าง จดหมาย สมุดบันทึกในช่วงชีวิตต่างๆ มีเรื่องราวเกี่ยวกับตัวผมมากมายที่ครอบครัวผมเองก็ยังไม่เคยรู้ นานมากแล้วนะ ที่ไม่ได้เปิดประตูเข้าไปดูมันเลย ลองเข้าไปดูกับผมมั้ย?

*ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเจ้าของรูปภาพประกอบเรื่องราวทั้งหลายมา ณ.ที่นี้ นิตยสาร สื่อสิ่งพิมพ์ ผู้ออกแบบปกอัลบั้มต่างๆ ทั้งภาพที่พี่ๆศิลปินส่งมาให้ ภาพเก่าที่บราเธอร์ , มาสเตอร์ หรือเพื่อนเก่าๆได้ถ่ายเอาไว้ ใครเป็นคนถ่ายบ้างก็ไม่รู้มั่วไปหมด รูปภาพที่มีผม ผมไม่ได้ถ่ายเองอยู่แล้ว แม้บางภาพจะเป็นกล้องและฟิล์มของผมเองก็ตาม


วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เพลงเอกจากภาพยนตร์ไทย

ดิ อิมพอสซิเบิ้ล




แผ่นนี้ผมเพิ่งได้มาครับ ตอนเด็กๆฟังคาสเซ็ท หลังจากนั้นยี่สิบปีเห็นผลิตเป็นซีดีก็ซื้อซีดีมาฟัง และหลังจากนั้นอีกยี่สิบปีเดินผ่านร้านขายแผ่นเสียงเก่าเห็นวางอยู่ สุดท้ายก็ได้มาฟังสมใจ สรุปฟังมาจากเด็กยันแก่เลย - -

ชุดวันอาทิตย์

บาราคูดัส




วงดนตรีระดับตำนานอีกวงหนึ่งของไทย คุ้นตากับการเป็นแบ็คอัพให้ สาว สาว สาว อัลบั้มแรกๆ ที่โดดเด่นมากที่สุดในวงคือมือกีตาร์ พี่หมู(ศิริศักดิ์ ศิริโชตินันท์) ที่เล่นได้เฟี้ยวฟ้าวมาตั้งแต่ยุคนั้น ฟังมาตั้งแต่ยังเด็ก ทุกวันนี้ยังประทับใจอยู่มิรู้หาย.

FeedBack

ฟีดแบ็ค



วงดนตรีรุ่นพี่ที่โรงเรียนเซนต์คาเบียล ทำเอาผมคลั่งตั้งแต่พวกแกยังไม่ออกอัลบั้ม พี่ปอนด์(ธนา ลวสุต)เล่นกีตาร์เก่งมากกก นอกจากบันทึกเสียงให้อัลบั้มของตัวเองแล้ว ยังหิ้วกีตาร์ไปบันทึกเสียงให้ศิลปินวงดังๆในยุคนั้นหลายต่อหลายวง ไม่เชื่อลองหาฟังกันดูนะครับ สำเนียงกีตาร์ของนักเรียน ม.5 ผู้นี้ในขณะนั้นไม่ธรรมดาเลย.

ที่มาของ soundกีตาร์ ในอัลบั้มไตรภาค


วันศุกร์ที่1สิงหาคม พ..2557 ระหว่างที่พวกเราสี่คน คือพี่ซัน(มาโนช พุฒตาล) ผม คุณว่อง(ธีรภาพ) กุ๊ก(เกิดศิริ) กำลังแบกนู่นขนนี่เพื่อจัดเครื่องเตรียมซ้อมดนตรีที่บ้านของพี่ซัน พี่ซันก็หยิบเอฟเฟคกีตาร์ทรงยาวๆยี่ห้อ Art รุ่น SGX LT ออกมาวางไว้ด้านหน้าของผม พร้อมกับบอกว่า เครื่องนี้ผมไม่ได้ใช้แล้ว เผื่อใครจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ และยังเล่าต่อว่า เอฟเฟคเครื่องนี้ล่ะที่ใช้อัดไลน์กีตาร์เพลงในอัลบั้ม ไตรภาค (พ.ศ.2537)

รอยแผลแห่งความทรงจำ

พ.ศ.2529

ยอมรับตรงๆว่าผมเป็นพวกต่อต้านการรับน้องใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นที่สุด (ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ อย่าได้ต่อว่าต่อขานกันเลย) คือผมคิดว่ามันก็แค่ความสนุกของรุ่นพี่บางคนหรือบางกลุ่มเท่านั้น ที่จะได้แสดงอำนาจ ความเหนือกว่าของอายุและชั้นปี บางท่านแค่อยากแกล้ง บางท่านอยากไปเที่ยว บางท่านอยากไปสังสรรค์ บางท่านอยากเหล่หญิงรุ่นน้อง ฯลฯ มากมายหลายเหตุผลเป็นคนคนไป แต่ถึงไม่ชอบก็เลี่ยงไม่ได้หรอกครับ ขู่สารพัดขู่ เราเป็นรุ่นน้องและมันก็เป็นสิ่งใหม่ในชีวิตที่เราควรจะต้อง กลัว เอาไว้ก่อน

ความทรงจำในครั้งนั้นมันเลือนรางเต็มทน เราไปอยู่กันจังหวัดไหนผมยังจำไม่ได้เลย(ระหว่างที่เขียนนี้ก็พยายามนึกอยู่) รู้แต่ว่าพอลงรถบัสได้ ก็ คลานๆ คลุกๆ วิ่งๆ กลิ้งๆ วิดพื้น มุดซุ้ม ดินโคลนสีแป้ง ดินโคลนสีแป้ง ดินโคลนสีแป้ง ดินโคล... นั่นล่ะครับวนๆไป จากซุ้มหนึ่งไปยังซุ้มหนึ่ง และอีกซุ้มหนึ่ง จนไม่กี่ซุ้มผ่านไปก็เกิดเรื่อง รุ่นพี่ชายท่านหนึ่งให้น้องๆคลานลุยดินที่มีแต่วัชพืช พี่แกจะรู้ไหมหนอว่าวัชพืชหลายพันธุ์มันมีหนาม จริงๆก่อนหน้านั้นผมก็ไม่รู้หรอกครับ มาโดนเอาตอนที่มันตำเข้าไปที่ผ่ามือแล้ว(คาดว่าจะเป็นไมยราบ)ผมทั้งเจ็บทั้งปวดที่แผล ตามคาดครับรุ่นพี่กลุ่มเดียวกันตะโกนว๊ากกก โหวกๆบอกอย่าสำออย “คลานต่อไปคลานต่อไป” ผมยกฝ่ามือขึ้นดูอีกครั้ง เลือดสดๆแดงๆมันเริ่มไหลออกจากแผล ผมเริ่มกลัวความสกปรกจากดินจะนำเชื้อบาดทะยักเข้าสู่ร่างกาย ผมหยุดและลุกขึ้นรุ่นพี่ท่านนั้นเดินเข้ามาจะเอาเรื่อง ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดเดา พี่นางฟ้าสาวสวยคนหนึ่งก็เข้ามากันผมไว้ พร้อมกับจับมือของผมแบออก “เลือดไหลนี่” พร้อมกับหันไปบอกเพื่อนรุ่นพี่คนนั้น “น้องเขาเป็นแผล เลือดไหลใหญ่แล้ว พอแล้ว” พูดจบพี่นางฟ้าคนนั้นก็พาผมแยกออกมาเพื่อจัดการใส่ยา และทำแผลให้ผม พี่นางฟ้าใจดีที่ผมพูดถึงอยู่นี้คือ พี่แหม่ม สาว สาว สาว (พัชริดา วัฒนา) ความประทับใจในวันนั้นยังจำได้อยู่จนทุกวันนี้ ขอขอบคุณพี่แหม่มอีกครั้งนะครับ.


*รุ่นพี่ผู้หญิงอีกสองท่านที่ทำให้ผมประทับใจคือพี่เอ้ ชุติมา นัยนา ที่ให้ความเป็นกันเอง คอยแซวผมเล่นอยู่ตลอดทุกครั้งที่เจอหน้ากันในการรับน้องครั้งนั้น อีกคนคือพี่เปิ้ล(ขออภัยลืมชื่อจริง) พี่เปิ้ลจะมารอชวนผมคุยที่ป้ายรถประจำทางหน้าปากซอยบ้าน เพื่อจะเดินทางไปมหาวิทยาลัยตอนเช้าๆด้วยกันอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง 

กินข้าวกันไหม?

สมัยที่ผมเข้าไปเป็นนักดนตรีแบ็คอัพศิลปินของแกรมมี่ใหม่ๆ(พ.ศ.2535) สิ่งหนึ่งที่ต้องทำบ่อยมากๆคือ วิ่งเข้าห้องบันทึกเสียง เปล่าครับไม่ได้รับเกียรติได้อัดไลน์เครื่องดนตรีให้กับศิลปินใหญ่ใดๆทั้งสิ้น แต่ที่ต้องขับรถไปที่ห้องบันทึกเสียงบ่อยๆก็เพราะว่าผมต้องเข้าไปเอาเทปคาสเซ็ทที่โปรดิวเซอร์ของศิลปินท่านนั้นๆได้ถ่ายเสียงเพลงที่มีแต่ภาคดนตรี(ไม่มีเสียงร้อง)ที่เราเรียกกันว่าbacking track มาแจกจ่ายกันภายในวง ให้นำไปแกะเสียงเพื่อทำการฝึกและซ้อมวง

วันหนึ่งพี่อู้ด(สิทธิพร อมรพันธุ์)เจ้านายของผมบอกให้เข้าไปที่ห้องบันทึกเสียงศรีสยาม(ซอยสุทธิพร ห้วยขวาง)เพื่อไปรับเทปคาสเซ็ทbacking track งานอัลบั้ม ก๊อต ช๊อต เย็นวันนั้นผมกับเพื่อนใหม่วงแบ็คอัพเดินทางมาถึงศรีสยามเวลาหกโมงเย็นตามนัด ถามไปถามมาจึงรู้ว่าพี่อู้ดเดินทางมาถึงแล้วและกำลังคุยกับพี่ป๊อก วิชัย อึ้งอัมพร โปรดิวเซอร์ในห้องmix (ห้องไหนผมจำไม่ได้ต้องขออภัย เพราะศรีสยามมีห้องบันทึกเสียงแยกย่อยไปอีกหลายห้อง) พวกเราเปิดประตูเข้าไปสวัสดีผู้ใหญ่ทุกๆท่าน และหลบไปนั่งบนพื้นมุมห้องมุมหนึ่งเพื่อไม่ให้เกะกะการทำงานของพวกพี่ๆเขา รอcopyคาสเส็ทอยู่นานพอสมควร ต่างกลุ่มต่างคุยเรื่องสัพเพเหระ ระหว่างกำลังเพลินๆอยู่นั้นประตูห้องบันทึกเสียงถูกเคาะและเปิดแง้มเข้ามา เสียงพูดทักทายพี่ป๊อกและพี่อู้ดดังมาจากช่องประตูที่ถูกเปิดอ้า ผมจำเสียงนั้นได้แม่น เสียงพี่โอม “โอมเข้ามาสิ” พี่ป๊อกเชื้อเชิญด้วยความสนิท พี่โอมก้าวเข้ามาสองสามก้าวตามคำเชิญ คุยกับพี่ป๊อกอีกสองสามคำแล้วหันมาทางพวกเรา พวกเรายกมือไหว้สวัสดีพี่โอมด้วยความเคารพยิ่ง พี่โอมรับไหว้สักพักก็ชี้นิ้วมาทางผม “อ้าวตั้น ตั้นใช่มั้ย ใช่มั้ย?” ผมตอบรับ “มาทำอะไร เจอโหนกมั้ย เจอโหนกมั้ย?” ผมตอบตามจริงคือผมไม่ได้เจอกับพี่โหนก(มือกลอง อินโนเซ้นท์,เม็ดทราย)เลย คุยกันอีกไม่กี่คำพี่โอมก็ขอตัว พี่อู้ดหันมาถามผมว่า รู้จักโอมด้วยหรือ? ผมก็เล่าความให้ฟังย่อๆถึงอดีตวัยเด็กของผม แกก็พยักหน้ารับรู้ อ๊อด(มือเบสในวง)หันมากระซิบกับผมว่า พี่อู๊ดหันควับมามองผมพักใหญ่ตอนที่พี่โอมทักผม “พี่อู้ดคอเกือบหักแน่ะ”แล้วอ๊อดก็หัวเราะ

หลังจากที่พวกเราได้backing trackเป็นที่เรียบร้อย ก็แยกย้ายกันขึ้นรถเตรียมตัวกลับ ระหว่างที่ผมกำลังจะสตาร์ทรถ ก็มีเสียงเคาะที่กระจกข้างซ้ายของรถ ก๊อกก๊อก อ๊อดซึ่งนั่งอยู่ด้านนั้นเอามือหมุนกระจกลง “ตั้น กินข้าวกันมั้ย กินข้าวกัน” ปรากฏว่าเป็นพี่โอมกึ่งก้มกึ่งชะโงกหน้ามองผ่านอ๊อดมาทางผมเพื่อชวนกินข้าว พี่เหม* อนุสาร คุณะดิลก  (มือเบส พลอย,Flash)ที่เดินมากับพี่โอมก็ก้มลงมายิ้มให้กับผมแบบใจดี

พี่โอมครับขอบคุณมากครับที่ชวนผมกินข้าวแบบไม่ถือเนื้อถือตัวเลย จริงๆวันนั้นผมก็หิวนะครับ แต่ถ้าผมไปนั่งกินข้าวกับพี่โอม กับพี่เหมจริงๆ ผมคงกินไม่ลงแน่ๆครับ เพราะตื่นเต้น.


*ขอพี่เหมไปสู่สุคตินะครับ ผมจะไม่มีวันลืมรอยยิ้มของพี่ในวันนั้นเลย

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Inspire

The Wanderers(พ.ศ.2547)



งานเพลงอัลบั้มที่สอง(ถ้านับแผ่นหน้าปกดำๆตัวหนังสือเขียวๆเป็นอัลบั้มแรกนะครับ บางท่านบอกว่าเหมือนEP ผมว่ามันก็กึ่งๆเป็นอัลบั้มเหมือนกัน)ก่อนหมดสัญญากับBlack Sheep(โซนี่มิวสิค) จริงๆแล้วอัลบั้มนี้เกือบจะไม่มี เพราะตอนนั้นเอ็กซ์(วรเวท จันทรบุตร)มือกีตาร์ของวงบอกกับผมว่าไม่อยากทำแล้ว ที่ผ่านมาก็พอใจและเต็มอิ่ม ผมกับโท(เอกรัฐ กังวรรัตน์ มือกลอง)รู้สึกกังวล จริงๆแล้วเราทั้งคู่เป็นคนตามใจคนอื่นอย่างที่สุด(ข้อมูลนี้ถามเอาจาก อาท Vacationได้)แต่เรื่องนี้เราตามใจกันไม่ได้ เพราะสัญญาที่พวกเราทำไว้กับบริษัท(สองปีต่องานสองอัลบั้ม)มันเป็นเรื่องจริง ชีวิตจริง ผมกับโทหาโอกาสคุยกับเอ็กซ์หลายครั้ง โน้มน้าวต่างๆนาๆ ทุกคนเครียด แต่ต่างเหตุผลกัน



เราเริ่มรวบรวมวัตถุดิบแบบด่วนพอสมควรเพราะอีกไม่กี่เดือนสัญญาก็จะสิ้นสุด เอ็กซ์มีเพลงอยู่แล้วจำนวนหนึ่งแต่ยังไม่พอ ผมอาสาช่วยแต่งเพลง2เพลง ซึ่งสุดท้ายเอ็กซ์ไม่เอา เนื่องด้วยเนื้อหาหนักไป* โทนำเพลงเข้ามาเสนออีกหลายเพลง เอ็กซ์คัดเอาไว้1เพลง จากนั้นเราก็เริ่มนัดซ้อมเพื่อทำดนตรีสดๆแบบซ้อมไปมองหน้ากันไปค่อยๆเรียบเรียงดนตรีกันทีละท่อนทีละท่อน บันทึกเสียงเอาไว้ฟังทบทวนภายหลังด้วยเครื่องบันทึกแบบ4tracks วิธีการคล้ายๆวงดนตรีต่างประเทศยุคเก่า ทำแบบนี้อยู่หลายวันในห้องเรียนวิชากลองของโรงเรียนดนตรีที่ผมทำอยู่ตอนนั้น ผลที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ จำนวนเพลงที่ยังขาด เอ็กซ์ก็แต่งเข้ามาเสริมจนครบ มีอยู่เพลงหนึ่งเอ็กซ์เล่นกีตาร์ปากฮัมทำนองเพลงให้ผมฟังเพื่อให้ผมใส่เนื้อเพลงและมอบให้ผมเป็นผู้ร้องนำ ตั้งชื่อเพลงไว้ว่า พัก อีกเพลงที่เอ็กซ์มอบหมายงานพิเศษให้ผมคือ ปล่อย เอ็กซ์อยากได้คำพูดเชิงปรัชญาสั้นๆสี่เรื่องเพื่อไปใส่ประกอบในเพลงสี่ท่อน



บรรยากาศการบันทึกเสียงเป็นไปโดยเรียบร้อย แขกรับเชิญพอสมควร อาทิ พี่ซัน มาโนช พุฒตาล มาโซโล่กีตาร์เพลง ปล่อย(ทำเอาพนักงานที่โซนี่แตกตื่นกันไปหลายคน) โรเบิร์ทTreborikki ช่วยเล่นดนตรีหลายชิ้นในหลายๆเพลง* บอลScrubb ช่วยประสานเสียงเพลง ปล่อย ญาติเอ็กซ์ช่วยแต่งเพลงบางเพลง ทุกอย่างเสร็จสิ้นตามสัญญาทุกประการ เสียอย่างเดียว ข่าวที่เอ็กซ์ไม่อยากต่อสัญญาและไม่อยากทำWanderersแล้ว ส่งผลให้อัลบั้มนี้แทบไม่มีงานแสดงสดเลย ทั้งๆที่ “ของเยอะ”มากกว่าอัลบั้มที่แล้ว.



*สองเพลงนั้นผมรักมาก และถูกนำมาไว้ในโครงการ พาราณสี ออเคสตรา อัลบั้มที่กำลังเตรียมๆอยู่ตอนนี้


*ผมอ้อนเอ็กซ์อยากบันทึกเสียงในส่วนที่เอ็กซ์มอบหมายให้เบิร์ทด้วยตัวผมเอง แต่เอ็กซ์ปฏิเสธ

เอ็กซ์ออกแบบปกและแผ่นเองทั้งหมด